tantara hadee
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เทคโลโลยี
หลังจากประสบความสำเร็จในการผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ดังที่สุดในโลกอย่าง iPhone บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ก็ได้ดำเนินการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ที่พร้อมจะเขย่าโลก โดยครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่วงการมือถือเหมือนครั้งผลิต iPhone คราวนี้แอปเปิ้ลจะเขย่าวงการคอมพิวเตอร์ด้วย iPad
iPad เปิดตัวอวดโฉมเป็นครั้งแรกที่ ซานฟรานซิสโก ในวันที่ 27 มกราคม 2010 โดยมีนาย สตีฟ จ๊อบส์ ผู้บริหารบริษัทแอปเปิ้ล เป็นคนนำตัว iPad ออกมาให้โลกได้เห็นเป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรดาเหล่าสื่อมวลชนที่แห่กันมาทำข่าวกันคับคั่ง
เมื่อ iPad เห็นครั้งแรก หลายคนนึกถึง จอคอมพิวเตอร์ บางคนคิดถึงกระจก ใครที่ชอบทางด้าน เทคโนโลยีอยู่แล้ว อาจจะคิดถึง iPhone และ iPod Touch ซึ่งก็ไม่ผิดจากความจริงเท่าไหร่ครับ iPad นั้น พูดให้สั้นที่สุดต้องบอกว่า iPad คือ Tablet PC ครับ แต่เราจะจำกัดความ iPad ด้วย Tablet PC สั้นๆก็คงไม่ถูกนัก เรามาเริ่มกันที่ iPad คือ Tablet PC กันก่อนครับ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ทุกท่านคงรู้จักกันดีนะครับ ตอนนี้เราใช้ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นหลักในการทำงานมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเสียอีก ทีนี้ถ้าเราเอาโน้ตบุ๊คมาหักครึ่ง เอาเฉพาะส่วนหน้าจอมาใช้งาน เอาคีย์บอร์ดทิ้งไป แล้วเปลี่ยนการพิมพ์บนคีย์บอร์ด มาพิมพ์บนหน้าจอ โยนเมาส์ทิ้งไป เปลี่ยนมาใช้นิ้วจิ้มบนหน้าจอแทน อะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะได้ คอมพิวเตอร์แบบหน้าจอสัมผัสแบบพกพา ที่เราเรียกกันว่า Tablet PC ครั โดยพื้นฐานแล้ว Tablet PC ไม่มีอะไรแตกต่างจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คครับ เพียงแต่ไม่มีคีย์บอร์ด ไม่มีเมาส์ เท่านั้นเอง เรายังใช้งานโปรแกรมใน Windows XP , Windows Vista ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซลล์ การใช้งานอินเตอร์เน็ต สามารถใช้งานได้เหมือนเดิมครับ iPad เองก็จัดอยู่ในประเภท Tablet PC เช่นเดียวกันนะครับ การใช้งาน iPad จะไม่มีคีย์บอร์ด ไม่มีเมาส์ ทุกอย่างทำบนหน้าจอทั้งสิ้น มีรูปร่างสวยงาม น้ำหนักเบาพกพาได้ง่าย(680 กรัม) แต่ iPad นั้นมีความแตกต่างจาก Tablet PC ทั่วไปที่เรารู้จักกันครับ เนื่องจากระบบปฏิบัติการของมันนั่นเองครับ
ระบบปฏิบัติการของ iPad
ใช้ตัวเดียวกับที่ใช้ iPhone ครับ เรียกกันว่า iPhone OS โดยมีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อใช้กับอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่าง iPad (ดังนั้น iPad คือ ทายาท iPhone?) เพราะฉะนั้น จุดเด่นที่เคยมีอยู่ใน iPhone ก็จะมีอยู่ใน iPad เกือบครบเลยครับ เรามาดูกัน
จุดเด่นที่สืบทอดจาก iPhone OS
- คุณสมบัติด้านบันเทิง การดูหนัง ฟังเพลง สำหรับ iPhone เป็นโทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อในด้านการดูหนัง ฟังเพลงอยู่แล้วนะครับ คุณภาพของภาพและเสียงนั้นถ่ายทอดมาจาก สินค้าขึ้นชื่อของแอปเปิ้ลอีกตัวนึงอย่าง iPod ที่ครองแชมป์ในด้านเครื่องเล่น mp3 ที่ดีที่สุดในโลก สำหรับ iPad เมื่อรับความสามารถนี้มา รับรองได้ว่า การดูหนัง ฟังเพลงบน iPad ก็เลยยอดเยี่ยมไม่แพ้พี่ๆครับ
- การหมุนหน้าจออัตโนมัติ ใน iPad เราจะพบกับหน้าจอที่หมุนเองอัตโนมัติ เวลาที่เราเอียงหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นมุมตั้งสำหรับใช้งานแอพพลิเคชั่น หรือ มุมแนวนอนสำหรับเวลาดูวีดีโอ
- GPS ใน iPhone เราจะพบว่ามีการนำชิป GPS ที่ใช้ในการระบุตำแหน่งพิกัดละติจูด ลองจิจูดของตัวเองติดมากับเครื่องด้วยครับ และจะมีโปรแกรมสำหรับใช้งานคู่กับ GPS มากมายเลยทีเดียว สำหรับ iPad เองก็เช่นเดียวกัน GPS จะมาพร้อมเครื่องด้วยครับ
- Multi Touchscreen ถ้าเป็นจอสัมผัสทั่วไป เราใช้ได้เพียงนิ้วเดียวในการจิ้ม แทนการใช้เมาส์ แต่สำหรับ iPad นั้นเราสามารถใช้ นิ้วสองนิ้ว ในการย่อขยายรูป หมุนรูป รวมถึงใช้ซูมเข้า ซูมออกหน้าเว็บไซต์ได้ครับ
- digital magnetic compass คือความสามารถในการจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นผล iPad จำลองตัวเองเป็นเข็มทิศได้ครับ
- accelerometer อันนี้อธิบายลำบากครับ มันคือความสามารถในการจับการเคลื่อนไหวของตัวเครื่องได้ครับว่า ตัวเครื่องเอียงซ้าย เอียงขวา เวลาเล่นเกมส์ขับรถ เราใช้ iPad แทนพวงมาลัยได้เลยครับ
จากการที่ iPad นั้นทั้งฮาร์ดแวร์ และระบบปฏิบัติการคล้าย iPhone มากนั้น ทำให้นักวิจารณ์คอมพิวเตอร์หลายค่ายออกมาบ่นว่า iPad ก็คือ iPhone ขนาดใหญ่นั่นเอง พูดอีกอย่างก็คือ แทนที่จะบอกว่า iPad เป็น Tablet PC พวกนักวิจารณ์มองว่า iPad คือ iPhone ยักษ์นั่นเอง (บางคนก็ว่า iPod Touch ยักษ์)
แล้วมันจะเป็นอะไรไป ถ้า iPad จะเป็น iPhone เครื่องยักษ์ ก่อนจะเลยไปถึงเรื่องนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่า ว่า iPad ใช้ทำอะไรได้บ้าง
อย่างที่เล่าให้ฟังนะครับว่า iPad เป็น Tablet มีคุณสมบัติหลักๆตามแบบ iPhone ทีนี้ถ้าเรามาดูความสามารถที่ทางแอปเปิ้ลนำเสนอกันหน่อยว่า iPad นี้ทำอะไรได้บ้าง
การเล่นเว็บไซต์ (Safari)
พูดง่ายๆก็คือ การเข้าเว็บไซต์ต่างๆนั่นเองครับ แต่ด้วยหน้าจอแบบ Multi Touchscreen คุณก็จะพบกับประสบการณ์การเล่นเว็บที่หน้าทึ่งทีเดียวครับ ลองดูวีดีโอ ด้านล่างครับ
การใช้งานอีเมล์ Mail แน่นอนครับในการเล่นอินเตอร์เน็ตต้องมีการใช้งานอีเมล์แน่นอน สำหรับ iPad ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ นอกจากการที่เราสามารถพิมพ์บนหน้าจอได้เลย ลองดูวีดีโอครับ
- Photo ลักษณะคล้ายโปรแกรมจัดการรูปทั่วไปนะครับ(เช่น ACD see) แต่มันพิเศษตรงที่ใช้นิ้ว สองนิ้วซูมเข้าซูมออกได้ครับ ประกอบกับที่รูปมันปรับตามหน้าจอที่เราหมุนเอียงได้
- iPod & Movie ฟังก์ชั่นในการดูหนังฟังเพลงบ้างนะครับ อย่างที่บอกว่าเป็นความสามารถหลักที่รับสืบทอดมาจาก iPhone โดยตรง สำหรับการดูหนัง ก็จะพิเศษหน่อยตรงที่ iPad นั้นรองรับการดูหนังระดับ Hidef 720p ด้วยนะครับ เรียกว่าชัดมาก สีสันสดทีเดียวเลย
- Youtube นอกจากดูหนังฟังเพลง ที่มีอยู่ในเครื่อง iPad เองแล้ว เรายังสามารถใช้ iPad ดูวีดีโอที่ถูกโพสไว้ที่ Youtube ได้อีกด้วย
- iBook ในยุคที่การอ่านเข้าสู่ดิจิตอลแล้ว iPad ก็ได้นำเอาการอ่านหนังสือมาใส่ไว้ในตัวมันด้วยเช่นกัน หนังสือค่ายดังๆในอเมริกาหลายเจ้า ก็จะทำหนังสือดิจิตอลมาสู่คลังหนังสือใน iBook Store ให้เจ้าของ iPad สามารถซื้อหาหนังสือดิจิตอลในราคาที่ถูกกว่าปกติ นอกจาก iBook จะจำลองการอ่านหนังสือตามปกติแล้ว มันยังเพิ่มคุณค่าโดยใส่วีดีโอ และเสียงลงในหนังสือได้ลงตัวอีกด้วย
- สำหรับการจัดการปฏิทิน และรายชื่อผู้ติดต่อ(contact) ก็สุดแสนน่าประทับใจ ใครที่ติดการใช้งาน Microsoft Outlook คงชอบหน้าตาปฏิทินของ iPad แน่ๆครับ และในรายชื่อผู้ติดต่อ นอกจากระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์แล้ว ยังสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ในรูปของพิกัดละติจูด ลองจิจูด เพื่อแสดงผลในแผนที่ของ google map ได้ด้วยครับ
- Maps ฟังก์ชั่นนี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับทุกท่านนะครับ Google Map ให้บริการด้านแผนที่ออนไลน์มานานแล้ว สำหรับ iPad ที่มีชิป GPS ติดมาด้วยสามารถทำงานเป็น อุปกรณ์นำทาง(Navigator) ได้ด้วยฟังก์ชั่น Maps นี้ครับ
- iWork ฟังก์ชั่นงานเอกสาร Office สำหรับงานด้านเอกสารของ iPad แอปเปิ้ลได้พัฒนาต่อจากโปรแกรมชุด iWork ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมงานออฟฟิศแบบเดียวกับ Microsoft Office ที่ใช้งานในคอมพิวเตอร์ Mac โดยพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานแบบ Multi touchscreen ของ iPad และคงชื่อเดิมไว้ว่า iWork ซึ่งมีชุดโปรแกรม
Page(งานพิมพ์เอกสาร)
Number (งานสเปรดชีดแบบ เอ็กเซลล์)
Keynote (งานนำเสนอแบบเดียวกับ พาวเวอร์พอยต์) แค่คิดว่าจะทำงานออฟฟิศบน iPad ก็น่าตื่นเต้นแล้วนะครับ "บทความ : iPad คืออะไร ตอนที่ 1"
· หลังจากรู้จัก iPad กันไประดับนึงแล้ว ทราบแล้วว่า iPad คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง คราวนี้เรามาดูกันต่อว่า แล้วอะไรบ้างที่ iPad ทำไม่ได้?
iPad ทำอะไรไม่ได้บ้าง
ถึง iPad จะทำงานได้หลายๆอย่าง แต่ในทางกลับกัน iPad ก็มีข้อที่นักวิจารณ์คอมพิวเตอร์หลายคนผิดหวัง เพราะฟังก์ชั่นหลายอย่างที่ iPad ทำไม่ได้ อันได้แก่
o iPad จะไม่สามารถเล่นไฟล์ Flash ได้ แอปเปิ้ลดูจะไม่ชอบ Flash เท่าไหร่นัก นับตั้งแต่ iPhone ที่ไม่สามารถเล่นไฟล์ Flash ที่ปรากฏในเว็บไซต์ได้ โดยแอปเปิ้ลระบุว่า Flash มันกินพลังงานมากเกินไป ด้วยเหตุนี้ ใครที่ชอบเล่นเกมส์บน Facebook พวกเกมส์ร้านอาหาร เกมส์เก็บผัก นั้น จะเล่นบน iPad ไม่ได้นะครับ
o iPad ไม่มีพอร์ต USB หรือ ช่องต่อเมมโมรี่การ์ด ทุกๆอย่างที่จะต่อกับ iPad ต้องต่อผ่านช่องต่อด้านล่าง ซึ่งเป็นพอร์ตแบบเดียวกับ iPhone
o iPad ไม่มีกล้อง เพราะฉะนั้นมันจะไม่สามารถใช้งานการโทรศัพท์ผ่านเน็ตแบบเห็นหน้าได้ ก็คือ เล่น แคมฟร็อก iPad ทำไม่ได้นั่นเอง
o iPad ทำงานหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ ที่เราเรียกกันว่า Multitasking หมายถึงการที่คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือ iPad สามารถรันโปรแกรมหลายๆตัวไปพร้อมกันครับ เช่น เวลาที่เราพิมพ์งานเวิร์ดไปด้วย และเปิด msn ไปด้วยครับ แต่ใน iPad เราจะทำงานได้ทีละอย่างครับ
o iPadเปลี่ยนแบตเตอรี่เองไม่ได้ เช่นเดียวกับ iPod และ iPhone นะครับ iPad ไม่สามารถเปลี่ยนแบตได้ด้วยตนเอง ต้องเปลี่ยนที่ร้าน App Store เท่านั้น(ถ้าในเมืองไทยคงเปลี่ยนที่ iStudio)
o iPad ลงโปรแกรมเองผ่าน CD/DVD หรือ ผ่าน ไฟล์ติดตั้งเองไม่ได้นะครับ iPad ต้องลงผ่าน App Store เท่านั้น
o iPadไม่มีพอร์ต HDMI พอร์ตนี้เป็นพอร์ตสำหรับต่อ วีดีโอคุณภาพสูงออกไปยังทีวี หรือเครื่องฉายต่างๆนะครับ แต่ iPad ไม่มีพอร์ตที่จะเชื่อมต่อโดยตรง แต่ iPad ยังคงมีสายต่อพ่วงจากพอร์ตต่อด้านท้ายเครื่องครับ คงต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเข้าไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)